ก่อนอื่นขอพูดถึงประวัติย่อ ๆ ของเค้กนี้ นะคะ Dobos Torte เป็นเค้กสปอนจ์ 5 ชั้น แบบบาง ๆ จนเกือบจะเป็นเคร้ปกลาย ๆ มีฟิลลิ่งเป็นช็อตโกแลตบัตเตอร์ครีมสูตรเด็ด แล้วด้านบนเค้ก จะมีชิ้นเค้กราดคาราเมล ตัดแบ่งเป็นแฉก ๆ ตกแต่งด้านบน อันนี้พูดถึงตามประเพณีการทำ Dobos Torte ที่เขาเล่ามาน่ะนะคะ แต่ทุกวันนี้ก็ได้มีการประยุกต์เพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการทำ หรือทำให้ยากเพิ่มขึ้น ด้วยการเพิ่มชั้นเลเยอร์เค้ก ๆ ให้เป็นหลาย ๆ ชั้น วันนี้เราเลือกทำเป็น 8 ชั้น รวม เป็น 9 ชั้นกับชิ้นคาราเมลด้านบน แต่รูปแบบยังคงเป็นดั้งเดิมของโดโบส สุด ๆ ค่ะ ไม่มีสร้างสรรค์ใด ๆ ... อิอิ 



Dobos Torte ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1885 โดย József C. Dobos เบ๊กเกอร์ชาวฮังกาเรียน เป็นผู้คิดค้นสูตรขึ้น แล้วเค้กสูตรนี้ก็เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วไปทั่วยุโรปด้วยรสชาติพิเศษสุดไม่เหมือนใคร แต่สูตรก็ถูกปิดเป็นความลับเรื่อยมา จนเมื่อท่าน Dobos ปลดเกษียณ ในปี 1906 จึงได้ให้สูตรแก่ The Budapest Confectioners’ and Gingerbread Makers’ Chamber of Industry 
ใครเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ก็สามารถนำสูตรนี้ไปใช้ได้เลย ...









วันนี้เราก็อ้างสูตรที่เขาใช้สำหรับทำ Daring Bakers Project กันนะคะ เป็นสูตรที่เขาได้จากหนังสือของRick Rodgers - "Kaffeehaus: Exquisite Desserts from the Classic Caffés of Vienna,
Budapest, and Prague" 


เราศึกษาจาก 3 เว็บค่ะ บล็อกเกอร์อินเตอร์เขาก็น่ารักมาก ๆ ไม่แพ้ชาวเราค่ะ 
บอกวิธีและเคล็ดลับอย่างละเอียดเลย


1. rosas-yummy-yums 
ศึกษาสูตรจาก Rosa บอกละเอียดดีจัง 

2. bake-in-paris 
ศึกษาการแต่งและการทำคาราเมล จาก Cris คนนี้เนี้ยบมาก ๆ ค่ะ 

3. pastry-pal 
ศึกษาวิธีทำเค้กจาก Iriana ด้วยภาพ step - by - step pictures อย่าง
ละเอียดจริง ๆ ค่ะ ทำ Dobos Torte แบบประยุกต์ให้เก๋ไก๋สวยงาม 
ศึกษาที่เว็บนี้ค่ะ วิธีจะง่ายขึ้นมาก ๆ ดูแล้วจะมีกำลังใจทำ :))



------------------------------------------------------------------------


อุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำ


1. ถาดอบขนม อย่างน้อย 2 ถาด ถ้ามี 6 ถาด เตรียมไว้เลย 6 ถาดจะสะดวกรวดเร็วดีค่ะ

2. พิมพ์อบขนมเค้กแบบกลม ขนาด 9 นิ้ว และ 8 นิ้ว ... ขนาด 9 นิ้ว สำหรับวาดร่างขนาดเค้ก บนกระดาษไข หรือ จะใช้ parchment paper ก็แล้วแต่นะคะ ส่วนพิมพ์ขนาด 8 นิ้ว เอาไว้ตัดเค้ก ให้เหลือขนาด 8 นิ้ว เมื่ออบเสร็จแล้ว .... ดูตามวิธีทำข้างล่างแล้วจะเข้าใจค่ะ ** เราใช้ cake ring ที่ปรับขนาดได้เอาค่ะ เพราะขอบเขาคมดี 

3. มีดคม ๆ หรือ ที่ตัดพิซซ่า สำหรับตัดแผ่นชิ้นคาราเมล 
เราพบว่าที่ตัดพิซซ่าง่ายกว่ามีดเยอะเลยค่ะ คมดีด้วย

4. น้ำมันสำหรับทามีด หรือที่ตัดพิซซ่า ก่อนเอาไปตัดชิ้นคาราเมล 
เราใช้น้ำมันทาพิมพ์เค้กของ Wilton เอาค่ะ

5. ถุงบีบและหัวบีบปากกลมเรียบ หากต้องการใช้ถุงบีบบีบแบทเทอร์ นะคะ (เราไม่ได้ใช้วิธีนี้ค่ะ) 

6. แปรงสำหรับทาน้ำมันบนพิมพ์ หรือลูบเกล็ดน้ำตาลออกจากหม้อเวลาทำคาราเมล

7. อุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นในการทำเค้กทั่วไป เช่น ตระแกรงร่อนแป้ง หม้อ 2 ใบ สำหรับตุ๋นช็อคโกแลต มิกเซอร์ (เราใช้ทั้งแบบมือถือและแบบตั้งค่ะ) สแป๊ตทูล่าสำหรับปาดครีม หม้อตุ๋นขนาดเล็ก สำหรับตุ๋นคาราเมล กระดาษรองฐานเค้ก ....



------------------------------------------------------------------------



สูตรค่ะ


ก. ส่วนผสมสำหรับเค้ก

1. ไข่ (large) ที่อุณหภูมิห้อง 6 ฟองแยกไข่ขาว ไข่แดง 
(นำไข่ออกมาทิ้งไว้ที่อุหภูมิห้อง 1 วันก่อนทำจะดีมาก ๆ ค่ะ)

2. น้ำตาลทรายป่น 1 + 1/3 ถ้วย (162 กรัม) แบ่งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน

3. วนิลาสกัด (pure extract) 1 ช้อนชา

4. แป้งเค้ก 1 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ (112 กรัม) 
(ไม่มีใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ 95 กรัม + แป้งข้าวโพด corn starch 17 กรัม คนผสมรวมกันแล้วนำไปร่อน) 

5. เกลือ 1/8 ช้อนชา เอาคนผสมกับแป้งเค้ก แล้วร่อนไปเลยค่ะ 


* เค้กที่เราทำวันนี้ เราทำ 2 สูตร หรือ 2 ครั้งนะคะ เพราะมีหลายเลเยอร์น่ะค่ะ




วิธีทำ





1. เตรียมกระดาษไข (wax paper) หรือ กระดาษทนความร้อน (parchment paper) เราใช้กระดาษไขค่ะ 
ตัดให้มีขนาดเท่ากับพิมพ์ที่จะใช้ 6 ชิ้นแล้ว แล้วใช้พิมพ์เค้กขนาด 9 นิ้ว ร่างวงกลมบนกระดาษ 
เสร็จแล้วก็ทาเนยบนถาดที่จะใช้ก่อน แล้วปูกระดาษไขที่วาดวงกลมแล้ว เอาด้านที่เป็นรอยดินสอ
ไว้ด้านล่าง เสร็จแล้วก็ทาเนยบนกระดาษไขอีกที ทาให้ทั่วถึงบริเวณวงกลมเลยค่ะ เกินออกมา
หน่อยก็ดี
 .... ตอนแรกที่ทดลองทำเราไม่ได้ทา พบว่าเค้กติดกระดาษค่ะ ทำไปจนหมด 6 ชิ้น 
หากมีถาดอบแค่ 2 ถาด ก็ทำ 2 ถาดไปก่อนค่ะ 




2. อุ่นเตาอบไว้ที่ 350 องศา F หรือ 180 องศา C (สูตรเขาใช้ 400 F แต่เราพบว่าเตาอบเรา 350 F 
ดีที่สุดค่ะ 400 F รู้สึกจะแรงไป กระดาษไขมีไหม้เลยแน่ะ) แล้วแต่เตาอบนะคะ






3. ตีไข่แดง + น้ำตาลทรายป่นที่แบ่งไว้ + วนิลา ด้วยสปีดการตีสูง จนกระทั่งได้ไข่เป็นสีเหลืองจาง ๆ ได้
สายริบบ้นหนา ๆ ข้น ๆ เมื่อยกหัวตะกร้อขึ้น ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีค่ะ ระหว่างตี หยุดเครื่องปาดอ่างซัก 
2 – 3 ครั้งนะคะ ใช้พายยางคว้านไข่แดงที่ชอบนอนก้นขึ้นมาด้วย ค่ะ เสร็จแล้วก็พักไว้






4. ตีไข่ขาว ให้ได้ตั้งยอด (ปานกลาง ยอดหักเมื่อยกหัวตะกร้อขึ้น) โดยตีด้วยความเร็วปานกลาง
ให้ได้ฟองหยาบก่อน เสร็จแล้วก็ทยอยใส่น้ำตาลทรายป่นที่เหลือ เปลี่ยนความเร็วการตีเป็นเร็วสูง 
จนได้ไข่ขาวตั้งยอดก็หยุด 






5. ใช้พายยางตักไข่ขาว ¼ ส่วนผสมลงในส่วนผสมไข่แดง คนตล่อมพอให้เข้ากัน แล้วแบ่งไข่ขาว
ที่เหลือลงผสม (เราแบ่งลงผสม 2 ครั้ง) ตล่อมให้เข้ากัน ไม่จำเป็นต้องถึงกับเข้ากันเนียนเป็นเนื้อ
เดียว ปล่อยให้ส่วนไข่ขาวเหลือโผล่ร่องรอยให้เห็นได้ 







แล้วแบ่งแป้งที่ร่อนผสมกับเกลือไว้แล้วลงผสม เราแบ่งเป็นสามส่วนค่ะ แต่ละครั้งก็พยายามผสม
ให้เข้ากัน อย่าให้มีแป้งเหลือนอนก้น แล้วก็ตล่อมผสมส่วนที่สองและสามต่อไป ... แบทเทอร์
ที่ได้จะเป็นข้น ๆ นะคะ ไม่เป็นสายรินเหมือนแบทเทอร์เค้กทั่วไป 






6. ตักแบทเทอร์ ประมาณ 1 ถ้วย (หย่อนนิด ๆ) ลงบนส่วนกลางของวงกลม 9 นิ้วที่มาร์คบนกระดาษไข แล้วเกลี่ยหน้าให้เนียนเรียบเสมอกัน .... ทำไปทีละสองถาด แล้วทยอยนำเข้าเตาอบ เตาอบเราอบได้ทีละสองถาด ค่ะ แต่ละครั้งใช้เวลา 5 นาที ค่ะ เช็คสุกได้โดยการแตะเนื้อเค้กตรงส่วนกลางเบา ๆ หากเนื้อเค้กเด้งกลับก็ใช้ได้แล้วค่ะ ระหว่างรอเค้กสุก ก็เตรียมเกลี่ยแบทเทอร์ในถาดอบที่สามสี่ ต่อไป 
(กรณีมีมากว่า 2 ถาดนะคะ) เพื่อที่เมื่อเค้กส่วนแรกสุก ก็จะได้อบต่อเนื่องกันไปเลย 







7. พอเค้กสุกก็นำออกจากเตา ทิ้งไว้ให้คลายร้อนซัก 2 นาที ทิ้งเค้กไว้นาน ก็ไม่ดีค่ะ เพราะเดี๋ยวกระดาษไขจะติดเค้กได้ เสร็จแล้วก็นำไปคว่ำบนกระดาษไขอีกแผ่น ลอกกระดาษไขออกจากเนื้อเค้ก คือช่วงนี้จะทำเหมือนทำเค้กม้วนเลยค่ะ เพียงแต่เราไม่ม้วน เราจะเอาแผ่นเค้กที่ได้ไปตัดให้เหลือ 8 นิ้ว โดยใช้พิมพ์เค้กขนาด 8 นิ้ว ตัดขอบน่ะค่ะ ... หากพิมพ์เค้กมีขอบไม่คม ก็ให้กดพอเป็นร่องให้เห็น แล้วใช้กรรไกรสำหรับ
ห้องครัวตัดขอบเอาได้ค่ะ เสร็จแล้วก็นำมาเรียงแบ่งชั้นด้วยกระดาษไขไว้ เพื่อเขาจะได้ไม่ติดกัน 
รอในขั้นตอนการประกอบเค้กต่อไป







8. ทำขั้นตอนที่ 6 และ 7 สลับกันไปเรื่อย ๆ จนหมดแบทเทอร์นะคะ (6 ถาด) ใครไม่มีถาดอบหลายถาด ก็ให้นำถาดไปล้างด้วยน้ำเย็น ให้ถาดเย็นลง เช็ดถาดให้แห้ง แล้วนำมาเนย ปูกระดาษไข ทาเนยยนกระดาษไขอีกที ขั้นตอนดูวุ่น ๆ ดีมั้ย อิอิ .... อยากทำแบบดั้งเดิมน่ะค่ะ อยากรู้ว่าเขาทำกันยังไง ลำบากแค่ไหน ...



** หากเราตักแบทเทอร์ครั้งละ 1 ถ้วย ในถาดที่ 6 จะเหลือบาง ๆ หน่อย ประมาณ ¾ ถ้วยค่ะ Rosa เขาตักแบทเทอร์ครั้งละ ¾ ถ้วยต่อ 1 วงแหวน จะพอดี แต่เราว่าบางครั้งจะบางเกินไป เสี่ยงต่อการฉีกขาดเมื่อลอกกระดาษจากเนื้อเค้ก ทำครั้งแรก ตักครั้งละ 1 ถ้วยดีกว่าค่ะ 


หมายเหตุ: สามารถทำไว้ล่วงหน้าได้ โดยการวางเลเยอร์ซ้อน ๆ กันแล้วใช้กระดาษไขคั่นแต่ละเลเยอร์ นะคะ เสร็จแล้วก็เก็บในภาชนะที่มีฝาปิด นำเข้าตู้เย็น .... เวลาจะนำออกมาประกอบเค้ก ก็ให้นำมาทิ้งให้เย็นที่อุณหภูมิห้องก่อน 

------------------------------------------------------------------------



ข. ส่วนผสมสำหรับ chocolate butter cream


(อร่อยมากค่ะ อยากชวนทำ เอาไปลองใช้กับเค้กสปอนจ์ทั่วไป
ก็ได้นะคะ วิธีทำก็ง่ายมาก ๆ)



1. ไข่ 4 ฟอง ที่อุณหภูมิห้อง 
2. น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วย 200 กรัม
3. ดาร์คช็อคโกแลต (semi – sweet) 4 ออนซ์ หรือ 120 กรัม 
(ต้นสูตรบอก 110 กรัม) สับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ 

2 เนยสด 250g กรัม (2 แท่ง + 2 ช้อนโต๊ะ) 
ทิ้งให้อ่อนตัว ตัดเป็นชิ้น ๆ ละ 1 ช้อนโต๊ะไว้เลยค่ะ




วิธีทำ 

((เราทำปริมาณสองสูตรค่ะ))



1. เตรียมหม้อตุ๋น 2 ชั้นไว้ ... โดยนำหม้อใบแรกไปต้มให้เดือดก่อน






2. ขณะเดียวกันก็มาตีไข่กับน้ำตาล ในหม้อที่เป็นเซ็ทกับหม้อตุ๋นน่ะนะคะ ตีจนได้สีจาง ๆ และเนื้อข้น ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีค่ะ เราใช้ hand mixer ตี จะใช้ตะกร้อมือก็ได้ค่ะ 






3. นำหม้อส่วนผสมไข่ไปตั้งในหม้อน้ำเดือดที่ลดไฟเป็นอ่อนแล้ว … แล้วก็คนไข่ด้วยตะกร้อมือ อย่างต่อเนื่องประมาณ 3 นาที … จะเห็นส่วนผสมข้นเล็กน้อย จะไม่ข้นมากน่ะค่ะ (เราทดลองกวนนานกว่านี้ก็ไม่ข้นมากขึ้น แต่เขาจะใช้ได้กับสูตรนี้ somehow อิอิ) เสร็จแล้วก็ใส่ช็อคโกแลตสับลงไป กวนอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 3 นาที จะได้ส่วนผสมช็อคโกแลตที่ข้น ๆ เนื้อจะจับไม้พายเวลายกขึ้น แต่ยังไหลเป็ยสายช้า ๆ อยู่ ค่ะ






4. ตักส่วนผสมช็อคลงในชามขนาดกลาง ทิ้งไว้ให้เย็นที่อุณหภมิห้อง ประ มาณ 15 นาที พอเย็นดีก็ตัดเนยที่อ่อน ใสลงผสมครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ตะกร้อมือ ตีผสมให้เข้ากันดีด้วยความเร็ว “ต่ำ” ทำไปเรื่อย ๆ จนเนยหมด พยายามเช็คดูว่าเนยผสมเป็นเนื้อเดียวกันหมดกับช็อคโกแลต คราวนี้ส่วนผสมที่ได้จะข้น ๆ เหมือนบัเตอร์ครีมแล้วค่ะ .... นำเข้าตู้เย็นซัก 20 - 25 นาที ก่อนนำมาปาดเค้ก จะกำลังดีมาก ๆ ค่ะ 



** ข้อควรระวัง อย่าใส่เนยตอนที่ส่วนผสมช็อคยังอุ่นนะคะ ต้องให้เย็นลงจริง ๆ ถึงใส่เนยแล้วตี 
ถ้าใส่ตอนร้อน ๆ เดี๋ยวจะได้เป็นกานาซ ไม่ได้บัตเตอร์ครีมนะ อิอิ 



** บัตเตอร์ครีม สามารถทำไว้ล่วงหน้า แล้วเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 5 วัน เวลาจะใช้ก็นำมาทิ้งให้อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง แต่ต้องให้อ่อนตัวจริง ๆ ค่ะ ถึงจะปาด ง่าย เช็คด้วยการใช้มีดเกลี่ยดูเนื้อนะคะ ถ้าในหน้านาว อาจใช้เวลานานหน่อย ... เราคิดว่าการนำเขาไปตีด้วยมือถือเพื่อให้เขาอ่อนตัวเร็วขึ้นไม่ไดีค่ะ ... บัตเตอร์ครีมที่เคยเนียน ๆ มีแตกตัว ... อาจเพราะเขามีโครงสร้างประกอบด้วยไข่มากก็เป็นได้ค่ะ ... ทางที่ดีที่สุด คือทำช็อคบัตเตอร์ครีมในวันที่จะประกอบเค้กเลยดีกว่า ปาดได้ง่ายมากค่ะ :))



------------------------------------------------------------------------

ค. ส่วนผสมสำหรับ caramel topping 


ส่วนผสม 


1. น้ำตาล 200 กรัม 
2. น้ำ 180 มล. / กรัม
3. น้ำเลม่อน 8 ช้อนชา
4. น้ำมันพืช สำหรับทามีด (หรือที่ตัดพิซซ่า) ที่จะใช้ตัดชิ้นคาราเมล 


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

การทำคาราเมลท้อปปิ้งทำยากเหมือนกันนะคะช่วงแรก .... ต้องอาศัยการหัดทำค่ะ ... เราใช้เวลาหัดทำ 3 ครั้งค่ะ ^^" .... คือต้องรู้จังหวะการเซ็ทตัวของคาราเมลให้พอดี ๆ น่ะค่ะ .... ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมรูปประกอบจึงมีหน้าตาต่างกัน ... ไป มีทำเป็น 16 แฉกด้วยแน่ะ อิอิ ตัดเพลินไป หน่อย ... อ้อ อีกอย่าง เพราะเราคิดว่าท่าจะให้ได้ชิ้นคาราเมลหนาหน่อย ทำสูตรครึ่งดีกว่าค่ะ .... ที่เราเอามาแต่งเค้ก 12 ชิ้น อย่างที่เห็น เราราดด้วยคาราเมลปริมาณ 2 เท่าของสูตรเลยค่ะ ^^" ... ยังต้องฝึกอีกค่ะ ... ถ้าเรากะการเซ็ทตัวของคาราเมลดี ๆ ก็คงไม่ต้องใช้ปริมาณมากขนาดนี้ .... แต่เพื่อความสวยงาม เราดับเบิ้ลไปเลย กะจะไม่แทะเจ้าแท่งคาราเมลนี้อยู่แล้ว เหนียวมาก อิอิ 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~



วิธีทำ





1. เราใช้พิมพ์เค้กขนาด 8 นิ้ว ทรงตื้น ถอดก้นได้ เป็นอุปกรณ์สำหรับเทคาราเมล .... จะไม่ใช้ถาดแบบนี้ก็ได้ค่ะ จะใช้ถาดคุ้กกี้ใหญ่ ๆ ไปเลยก็ได้ ... เสร็จแล้วก็ปูด้วยกระดาษอลูมินัมฟอยล์ ทาเนยหรือไขมันให้ทั่วถึง.... เราใช้น้ำมันสำหรับทาพิมพ์เค้กของ Wilton แบบที่ว่าค่ะ ช่วยงานในการทำเค้กครั้งนี้ได้ดีจริง ๆ 






2. เลือกเอาชิ้นเค้กที่ดีที่สุด (บาง และมีเนื้อเสมอกัน) มาทำคาราเมลท้อปปิ้งนะคะ เสร็จแล้วก็นำมาวัดตัดแบ่งให้เป็นชิ้น ๆ .... ถ้าเค้กขนาด 8 นิ้ว ทำคาราเมล 12 ชิ้นกำลังดีค่ะ ในรูปทดลองทำครั้งแรก ตัด 10 ชิ้น เสร็จแล้วก็นำมาจัดใส่พิมพ์ ที่จะใช้ราดคาราเมล ค่ะ โดยจัดให้ชิ้นเค้กติดกัน ให้คงรูปแผ่นเค้กอยู่น่ะค่ะ 


*** ความจริง Rosa และ Cris เขาใช้วิธีบั้งเค้กให้เป็นรูปชิ้นเค้ก (score) ไม่ถึงกับตัดเค้กแบบเรา ... ภายหลัง Rosa แนะนำว่าตัดดีกว่า ... เราเห็นด้วยค่ะ เพราะคาราเมลซึมเข้าไปเคลือบขอบข้างได้ ... 


** (ตามภาพข้างบนเราใช้วิธีบั้งเค้ก ไม่ถึงกับตัดค่ะ ถ่ายวิธีไว้ช่วงแรก ภาพด้านล่างทำครั้งต่อมาถึงตัดชิ้นเค้กเลย ดูภาพล่างจะเข้าใจค่ะ) 






3. นำน้ำตาล น้ำ และน้ำเลม่อน ใส่หม้อมีด้ามจับขนาดเล็ก แล้วนำไปอุ่นด้วยไฟกลาง คนให้น้ำตาลละลาย ... พอน้ำตาลละลายเป็นไซรัป ให้หยุดคน แล้วเพิ่มไฟเป็นสูง ต้มน้ำเชื่อมโดยไม่คน แต่ให้วิธีกระดกหม้อ (swirl) เป็นระยะ ๆ เอา ... หากมีเกล็ดน้ำตาลขึ้นจับข้างหม้อ ก็ให้เอาแปรงชุบน้ำเย็นลูบนะคะ 
เขาก็จะหายไปค่ะ .... 







พอถึงระยะที่นำเชื่อมมีฟองฟู่มากมาย และเปลี่ยนสีเป็นเหลือง อำพัน (amber) ก็ปิดไฟทันที ... ถ้าอยากได้คาราเมลสีอ่อนหน่อย พอเห็นไซรัปเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มขึ้นมาหน่อย ก็ปิดไฟได้เลยค่ะ ปล่อยให้หม้ออยู่บนเตาซักพัก เพื่อให้ฟอยอากาศหาย และให้สีคาราเมลเข้มข้นขึ้น ซักครู่ (น้อยกว่า 1 นาที) หากยังมีฟองอากาศให้เห็นนิด ๆ ก็ใช้ปากเรา อิอิ เป่าลมใส่ฟองอากาศให้หายไป .... เสร็จแล้วก็นำไปราดบนชิ้นเค้กที่เตรียมไว้ เอียงถาดไปมาให้คาราเมลไหลไปเคลือบชิ้นเค้กให้ทั่วถึง และมีระดับเสมอกัน .... ปล่อยให้
คาราเมลเซ็ทตัว กรณีใช้ถาดแบบเรา ก็ระวังเวลาถอดก้นถาดออกจากพิมพ์นะคะ ค่อนข้าง
ร้อนค่ะ กรณีใช้ถาดอบทั่วไป ก็รอให้คาราเมลเซ็ทตัวแล้วค่อยตัด .... 






เวลาตัดเช็ดที่ตัดด้วยน้ำมันให้ลื่น ๆ ไว้ค่ะ อย่างที่บอก ที่ตัดพิซซ่าดีที่สุด .... 
กดที่ตัดพิซซ่าตามรอยชิ้นเค้ก ตัดแยกเป็นชิ้น ๆ พักไว้ค่ะ 



------------------------------------------------------------------------


ง. การประกอบเค้ก 



1. แบ่งบัตเตอร์ครีม เป็น 6 ส่วน - กรณีของเราทำเป็นหลายชั้น เราทำบัตเตอร์ครีมดับเบิ้ลสูตรไปเลยค่ะ เราตักบัตเตอร์ครีมคครั้งละ ½ ถ้วยตวง สำหรับเกลี่ยแต่ละเลเยอร์






2. เวลาประกอบเค้กก็วางชิ้นเค้กลงบนกรดาษแข็งสำหรับเป็นฐานเค้กนะคะ ... เราวางบนถาดที่จะใช้เสิร์ฟเลยค่ะ ชอบแบบนี้มากกว่า ถ้ามีจานหมุนสำหรับแต่งเค้กก็นำถาดเค้กไปวางด้านบนนะคะ วิธีนี้จะช่วยเรื่องการปาดครีมให้ง่ายขึ้นมาก เสร็จแล้วก็ตักบัตเตอร์ครีมทาบนช้นเค้ก เกลียให้เรียบ ๆ พยายามตวงบัตเตอร์ครีมให้มีสัดส่วนเท่ากัน เลเยอร์เค้กจะได้สวย ๆ นะคะ ทำไปจนหมดชิ้นเค้ก แล้วตักบัตเตอร์ครีมที่เหลือ
เกลี่ยด้านบนและขอบด้านข้างเค้ก



3. ตามประเพณีการทำเค้กนี้จริง ๆ เขาจะตกแต่งเค้กด้วยเฮเซิ่ลนัท หรืออัลมอนด์สับอีกที .... เราตัดสินใจไม่ใส่ค่ะ อยากได้เค้กเรียบ ๆ แบบนี้มากกว่า ... เอาเค้กเข้าตู้เย็นให้ครีมเซ็ทตัวก่อนซัก 1 ชั่วโมง 
ค่อยนำมาแต่งด้วยชิ้นคาราเมลนะคะ






4. จัดชิ้นคาราเมลวางเรียงบนเค้ก .... แล้วยกชิ้นคาราเมลขึ้นด้วยเฮเซิลนัท หรือเม็ดอัลมอนด์ ... เรายกไม่สูงค่ะ ใช้เม็ดอัลมอนด์วางรอง ๆ เฉย ๆ ไม่ได้เสียบลงไปในเนื้อเค้กด้วยซ้ำ ..... อยากให้แฟนซีหน่อยก็อาจจะประดับด้วยช็อคโกแลต หรือแท่งคาราเมลก็ได้ค่ะ ... เราพอแล้ว แค่นี้ เหนื่อยแล้วค่ะ อิอิ .....

** เห็นชิ้นคาราเมล 2 เซ็ทข้างหลัง เพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเอา 16 แฉก หรือ 12 แฉกดี ... 
ทำไว้ 2 เซ็ท ในที่สุดก็เลือก 12 แฉก เพราะคิดว่าน่าจะกำลังดี เวลาตัดชิ้นเค้ก 
















ตามไปร่วมหม่ำและตัด .... และถ่ายรูป และขอที่เหลือบางชิ้นเอากลับมาถ่ายรูปอีก 55 + ตั้งแต่มี
บล็อกจะมีพฤติกรรมแบบนี้จนพี่ ๆ เค้าเอือม เอ๊ยชินแล้ว อิอิ เป็นเค้กเซอร์ไพรส์กัน
เจ้าของวันเกิดไม่ทราบล่วงหน้าค่ะ ....








สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าค่ะพี่บี ... มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรงน้อ ....
(เจอกันสองอาทิตย์ / ครั้ง ต้องฉลองก่อน :))







เป็นเค้กที่อร่อยสมคำร่ำลือค่ะ ชวนทำ ๆ ... อิอิ ...


มีเวลาดี ๆ กันค่ะ 


Comment

Comment:

Tweet

ทำได้สวยมากกกเลยค่ะ

#2 By Napapat (110.169.101.135|110.169.101.135) on 2014-11-03 22:37

ขอบคุณคับ สูตรเค้กเด็ดมาก

#1 By TEO21 (103.7.57.18|1.2.133.178) on 2013-05-27 22:36