แยมสตรอเบอรี่ (Strawberry Jam)

posted on 16 Mar 2013 07:35 by baking
Photobucket



การบ้านเดือนนี้มีคุณอุ้ม Vanillaorchid เป็นโฮสท์ โจทย์คือ Jam and Bake ค่ะ 
เราก็เลยมีโอกาสได้หัดทำแยม ซักที หลังจากที่เคยคิดว่าวิธีการทำคงยุ่งยากมานาน 




Photobucket



เราเลือกทำ Strawberry Jam โดยไปดูวิธีการทำจาก Ina Garten - Food Network เห็นคนที่นำสูตรไปทดลองแล้วบอกว่าได้ผลดี รสชาติ อร่อย และก็ง่ายด้วย อีกอย่างไม่ต้องใช้เพคติน ช่วยด้วย .... เขาใช้แอ๊ปเปิ้ล ซึ่งมีสารเพค
ตินอยู่ในตัวด้วย เป็นส่วนผสม ... ทำแล้วติดใจ เราก็เลยลามปามไปทำ Spiced Nectarine Jam ด้วยค่ะ :)) 




Photobucket



เพคติน (Pectin) เป็นพอลิเมอร์ชีวภาพ (biopolymer) หรือ พอลิเมอร์ธรรมชาติ (natural polymer) ที่มีการใช้กันอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมาช้านาน โดยใช้เป็นสารเพิ่มความข้นหนืด สารก่อเจล ในผลิตภัณฑ์แยม เจลลี่ และสารเพิ่มความคงตัวของระบบคอลลอยด์ในเครื่องดื่มน้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์ ที่มี
ลักษณะเนื้อคล้ายเยลลี่ พบว่าผักและผลไม้หลาย ๆ ชนิด มีสารเพคตินในตัว บางชนิดมีปริมาณค่อนค่าง
สูงด้วยเช่น ถั่วลิสง 5.98% ส้มเช้ง 3.90% มะนาว 2.90% ส้ม 2.36% แครอท 2.00% 
ในขณะที่ แอ๊บเปิ้ลมีประมาณ 0.78 % สตรอเบอร์รี่ ประมาณ 0.75 % ...


ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย 




สูตร ประยุกต์จาก Easy Strawberry Jam Ina Garten / Food Network 





ส่วนผสม

1. สตรอเบอร์รี่ 1,300 กรัม (3 พาวด์)
2. น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
(ลดจากต้นสูตร แค่นี้ก็หวานพอแล้วค่ะ บางคนเขาใส่แค่ 1 ½ ก็กวนแยมได้นะคะ)

3. ผิวเลม่อนขูด จากผลเลม่อน 1 ลูก
4. น้ำเลม่อน จากผลเลม่อน 1 ลูก 
5. แอ๊บเปิ้ล (ปอกเปลือก) ขูดด้วยที่ขูดชีส 1 ลูก 
6. บลูเบอร์รี่ ½ ถ้วย


* ส่วนตัวคิดว่าใช้สตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่สด ดีกว่าแบบแช่แข็งค่ะ 

* สูตร original ใช้เหล้ากลิ่นส้ม orange-flavored liqueur - Grand Marnier ปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ 
เราไม่มีก็เลยใช้ ผิวและน้ำเลม่อน แทนค่ะ ใครนิยมให้มีกลิ่นเหล้า ก็ตามชอบนะคะ 




วิธีทำ 




Photobucket

1. ล้างสตรอเบอร์รี่ให้สะอาด พักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ... เราอยากได้เนื้อแยมละเอียดหน่อย ก็เลยหั่นซะเล็กเลยค่ะ ฟังคน ที่เขาทดลองทำแล้วบอกมา อิอิ ... ความจริงหั่นสี่ชิ้นต่อผล กำลังพอดีค่ะ 




Photobucket

2. เอาสตรอเบอร์รี่ใส่หม้อกวนก้นหนา ๆ ตามด้วยผิวเลม่อน น้ำเลม่อน และน้ำตาล คนให้เข้ากัน 

(Dutch Oven หรือหม้อเคี่ยวซุป ที่มีความหนามากๆ จะเหมาะสำหรับการ
กวนแยมมาก ๆ ค่ะ ....แต่เราไม่มีก็เลยใช้ หม้อแสตนเลสก้นหนาเอาค่ะ)




Photobucket

3. นำหม้อไปเคี่ยวบนไฟกลาง หมั่นคน พอนาทีที่ 8 หม้อเริ่มเดือดก็ใส่แแอ๊บเปิ้ลขูดและบลูเบอร์รี่ลงไปค่ะ 
(เราใช้บลูเบอร์รี่แช่แข็ง ไม่ค่อยถูกใจ สีไม่ค่อยสดเท่าไหร่ค่ะ) 





Photobucket

4. เคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆ หมั่นคนเป็นระยะ ... ไม่ถึงกับตลอดเวลา แต่ก็ไม่ควรละเตาค่ะ พอเริ่มมีฟอง 
(~นาทีที่ 23 *) ให้ใช้กระชอนตะแกรง ตักฟองออก เป็นระยะ ๆ ค่ะ เนื้อแยมจะได้สวยใส ...





Photobucket

5. เมื่อแยมจะเริ่มข้นมากขึ้น (~ นาทีที่ 25 *) ใครที่ใช้เทอร์โมมิเตอร์เพื่อทดสอบ เนื้อแยมว่าได้ที่หรือยัง 
ก็เสียบเทอร์โมมิเตอร์ ลงไปในตอนนี้เลยนะคะ ช่วงนี้ให้คนหม้อถี่หน่อยค่ะ ใครมีหม้อก้นไม่หนา 
คงต้องคนตลอดเวลาเพื่อกันเนื้อแยมติดหม้อ หรือไหม้นะคะ 





Photobucket

6. เมื่อเนื้อแยมข้นได้ที่ (~ นาทีที่ 30 * หรือ 35* หรือ 45*) ใครที่ทดสอบด้วยเทอร์โมมิเตอร์ 
เขาบอกว่า เทอร์โมมิเตอร์ ควรจะไต่ถึง 220 F หรือ ~ 105 C แต่หลายคนที่อยู่ในพื้นที่สูง ๆ (High 
Altitude) ก็ไม่ถึงค่ะ บางคนได้แค่ 210 F กว่า ๆ ก็ใช้ได้ค่ะ .... เสร็จแล้วก็ปิดไฟ เอาลงจากเตา 
พักไว้ให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง .... เมื่อแยมเย็นลง เนื้อแยมจะข้นมากขึ้นค่ะ 


Strawberry Jam เราทำอุณหภูมิไต่ได้ถึง 215 F ค่ะ แต่สำหรับ 
Spiced Nectarine Jam เราทำได้ 220 F ค่ะ .... เย้ อิอิ .....



* เวลาของการกวนแยมอาจต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่เราที่เราอยู่
ด้วยค่ะ บ้านเราจัดว่าเป็นที่สูงปานกลางค่ะ 





Photobucket

7. ตักบรรจุใส่ขวด แยม ที่ผ่านการฆ่าเชื่อ เหมือนเพื่อนหลาย ๆ ท่านแนะนำไปแล้วนะคะ .... เราใช้วิธี เอาขวดบรรจุ 
ทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ ล้างฟองออกให้สะอาด แล้วนำไปแช่ในต้มร้อน ๆ ประมาณ 30 นาที แล้วคว่ำพักไว้ให้แห้ง 
ค่ะ ... ใครที่ต้องการให้แยม อยู่ได้นาน ๆ เป็นปี ก็คงต้องทำความสะอาดด้วยวิธีการ canning จริง ๆ เนาะ

Comment

Comment:

Tweet